มีสาระดอทคอม
RSS Subscribe Entries | Comments search

ใครผ่านมาช่วยให้อาหารปลาด้วยนะครับ ^o^

ยาก่อน-หลังอาหาร กินอย่างไร

ยา


ยาก่อน-หลังอาหาร กินอย่างไร
(ชีวจิต)

          บางครั้งที่คุณป่วยและต้องขอยาจากหมอมาบรรเทา ยาที่หมอจ่ายจะระบุว่าต้องกินก่อนหรือหลังอาหาร คุณก็ควรปฏิบัติตามนั้นด้วยค่ะ

          ยาก่อนอาหาร คือ ยาที่ละลายได้ดีในสภาวะเป็นกรด กระเพาะอาหารของเราขณะที่ท้องว่าง จะมีน้ำย่อยซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกรด เมื่อเรากลืนยาลงสู่กระเพาะ ก็จะละลายและดูดซึมได้ดี ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ ยาประเภทนี้ควรรับประทานก่อนอาหารประมาณ 30 นาที

          ส่วน ยาหลังอาหาร มักเป็นยาที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือกัดกระเพาะ หรือบางตัวถ้าหากรับประทานขณะท้องว่า ฤทธิ์ของยาจะถูกทำลายด้วยกรดจากน้ำย่อยในกระเพาะทำให้ยาขาดประสิทธิภาพ ยาประเภทนี้จึงควรรับประทานหลังจากรับประทานอาหารไปแล้วประมาณ 15 – 30 นาที เพื่อให้อาหารย่อยไปสักครู่ก่อน ยาจะได้ดูดซึมพร้อม ๆ กับอาหารพอดี

โดย kapook.com

เผยสูตรเด็ด “ทองม้วนจมูกข้าวสาลี”ขนมไทยสไตล์สุขภาพ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  

       นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ทุกวันนี้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพและอาหารการกินมากขึ้น ในการเลือกรับประทานอาหารแต่ละอย่างสิ่งหนึ่งที่ต้องมาคู่กับความอร่อยนั่นคือคุณค่าที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และด้วยตระหนักถึงความสำคัญนี้ ทำให้ นักศึกษาชาวมทร.ธัญบุรีเกิดไอเดียสุดแจ่มคิดค้นทำทองม้วนจมูกข้าวสาลี ขนมพื้นบ้านแบบไทยๆ แต่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางอาหาร

       ซึ่งทีมงานผู้คิดค้นไอเดียจมูกข้าวสาลีสุดกิ๊บเก๋ ประกอบด้วย นางสาวสุภานันท์ คล้ายน้อย นางสาวทิวาวรรณ เดชใด และ นางสาวดวงรัตน์ เศรษฐภักดี สาขาวิชา อาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

       ทั้งนี้ 3 นักศึกษาเจ้าของตำหรับ บอกว่า เหตุที่เลือกข้าวสาลีมาเสริมในขนมทองม้วนเพราะ จมูกข้าวสาลีมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น ลดคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ ป้องกันโรคหัวใจ บำรุงสมอง บำรุงประสาท ป้องกันโรคมะเร็งเป็นต้น

ถึงแม่ลูกอ่อน ก่อนซื้อที่ปั๊มนม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  

       สำหรับคุณแม่ลูกอ่อน โดยเฉพาะคุณแม่ประเภทมือใหม่หัดขับนั้น ถ้าใครตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุด แต่กลับมีอุปสรรคในเรื่องของการทำงานและเวลาที่ต้องให้นมลูกนั้น หลายคนอาจมองหาผู้ช่วยอย่างที่ปั๊มนม ซึ่งอำนวยความสะดวกในการให้นมลูกได้อย่างมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น การกระตุ้นเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนม ช่วยรักษาปริมาณน้ำนมให้คงอยู่ในกรณีที่ลูกดูดไม่ได้ ช่วยทำสต๊อกน้ำนม ถ้าต้องกลับไปทำงาน
       
       อย่างไรก็ดี ถ้าคุณยังไม่มั่นใจว่า จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้หรือเปล่า (ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น ถ้าคุณได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้มากพอ ทั้งจากการอ่านหนังสือ อินเตอร์เน็ต หรือปรึกษาผู้มีประสบการณ์) คุณก็อาจจะยังไม่ควรซื้อ ที่ปั๊มนม เพราะที่ปั๊มนมดีๆ ราคาค่อนข้างแพง มีแม่จำนวนมากที่ซื้อไปแล้วไม่ได้ใช้ ซึ่งเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุ
       
       ทั้งนี้ เบรสฟีดดิ้งไทย ดอท คอม ได้แนะวิธีก่อนจะตัดสินใจซื้อที่ปั๊มนมมีสิ่งที่ควรพิจารณาดังนี้
       
       1.คุณจำเป็นต้องใช้มันหรือไม่
       

       ถ้าคุณเป็นแม่ที่ไม่ได้ทำงานประจำ เลี้ยงลูกอยู่กับบ้านตลอดเวลา ลูกเป็นเด็กแข็งแรง ดูดนมบ่อยสม่ำเสมอทุก 1-3 ช.ม. กรณีนี้คุณก็อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ ถ้าจะมีบางครั้งที่ต้องอยู่ห่างลูกบ้าง ก็สามารถบีบน้ำนมด้วยมือเก็บไว้ให้ลูกได้

ทำไมต้อง 2012

Posted by meesara | 29/11/09 | Tagged สาระน่ารู้

ทำไมต้อง 2012

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

2012

นอกจากปอดบวมยังพบ “สมองอักเสบ” ได้ในผู้ป่วยหวัด 2009

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

แพทย์สมองเตือนผู้ป่วยหวัด 2009 ยังมีอาการ “สมองอักเสบ” ได้โดยไม่มีอาการปอดบวม ยกกรณีสหรัฐฯ พบผู้ป่วยมีอาการทางสมอง 4 ราย ส่วนไทยพบว่ามี 4 รายมีอาการเช่นกัน แนะจากนี้ตรวจผู้ที่มีอาการทางสมองด้วยว่าเป็นไข้หวัด 2009 หรือไม่
       
       ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางสมอง ภาควิชาอายุรศาสตร์ (ประสาทวิทยา) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวระหว่างการเสวนา “โลกร้อน โรคร้าย โรคติดต่อที่ต้องติดตาม” เมื่อวันที่ 27 พ.ย.52 ณ โรงแรมสยามซิตี ว่าตอนนี้ทุกคนกำลังกลัวโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะทำให้เกิดอาการไข้สมองอักเสบร่วมด้วย
       
       ทั้งนี้สหรัฐฯ พบผู้ป่วย 4 รายที่ติดไข้หวัด 2009 มีอาการสมองอักเสบโดยที่ไม่มีอาการทางปอด ส่วนประเทศไทยพบผู้ป่วย 4 รายที่มีอาการทางสมองแต่ไม่มีอาการทางปอด เมื่อตรวจเยื่อบุจมูกพบว่าเป็นไข้หวัด 2009 ซึ่งตัวเลขดังกล่าว ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าวว่าน่าเป็นห่วงหากมีการระบาดรอบสอง พร้อมทั้งแนะว่าจากนี้ผู้ที่มีอาการทางสมองควรได้รับการตรวจหาเชื้อไข้หวัด 2009 ด้วย
       
       เอกสารจาก ศ.นพ.ธีระวัฒน์ระบุด้วยว่า เมื่อเดือน ก.ย.52 ที่ผ่านมา สถาบันประสาทวิทยาสหรัฐฯ (American Academy of Neurology) ประกาศให้แพทย์ทางระบบประสาทเฝ้าระวังผู้ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่าจะมีอาการของโรคจียาน-แบเร (Guillain-Barre syndrome) หรือจีบีเอส (GBS) ซึ่งมีอาการสำคัญคือ แขน ขา อ่อนแรงหรือไม่ เนื่องจากในสหรัฐฯ ปี 2519 มีผู้เกิดอาการโรคจีบีเอสหลังได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดหมู.

ท่องดินแดนประวัติศาสตร์จีน อุทยานสามก๊ก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  

       เรื่องเล่านักศึกษาครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวจาก “ลานมะพร้าวออนไลน์” www.coconews.in.th
       เว็บไซต์ข่าวความเคลื่อนไหวของเหล่าน้องๆนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา ที่จัดทำโดยฝีมือนิสิตด้วยกัน ซึ่งได้พาท่องเที่ยวเมืองประวัติศาสตร์แดนมังกรในอุทยานสามก๊ก ณ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี สถานที่ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากรั้วมหาวิทยาลัยของพวกเขาสักเท่าไรนัก

       เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มสว่างจ้าขึ้น เป็นสัญลักษณ์ทำให้เรารู้ได้ว่า เช้าแล้ว ทุกๆวันต้องมีเช้า มีกลางวัน และมียามเย็น เวลาเดินทางไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับเราที่ไม่หยุดเดินทางเช่นเดียวกัน และกำลังพาคุณผู้อ่านเดินทางไปพร้อมกับเราในสถานที่ต่างๆทั่วชลบุรี ในหลายอำเภอที่มีความงดงามทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิ่งปลูกสร้างที่ต่างกันไป และตราบเวลายังคงไม่หยุดนิ่งเราก็จะพาคุณเดินทางกันต่อ พร้อมกันหรือยังที่จะไปต่อกับเราซึ่งวันนี้เราจะพาเปลี่ยนบรรยากาศจากการเที่ยวชมธรรมชาติมาให้คุณได้ใกล้ชิดกับบรรยากาศจีนๆกันที่ อุทยานสามก๊ก อำเภอบางละมุง ชลบุรี
       
 

มศว พิสูจน์แล้ว! “ฝังเข็มขจัดฝ้าให้ผลดีกว่ายา”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  
       นักวิจัยมศว เผยผลทดสอบฝังเข็มเพื่อรักษาฝ้า พบประสิทธิภาพดีกว่ายาแผนปัจจุบัน ไม่ก่อผลข้างเคียง เตรียมศึกษากลไกการออกฤทธิ์ให้ชัดเจน
พญ.สายชลี ทาบโลกา นิสิตปริญญาโท คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)

“เซ็กซ์-คอม” เรื่องที่พ่อแม่พึงระวัง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  
ภาพจาก www.laptopandpcrepair.com

       วิจัยเผย พ่อแม่ส่วนใหญ่มักวิตกกังวลเรื่องเพศสัมพันธ์ผ่านจอมากว่าการพนันและเกมต่างๆที่เข้าข่ายสร้างความรุนแรง
       
       ผลการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของพ่อแม่ที่มีต่อลูกในเรื่องของการใช้คอมพิวเตอร์และอิทธิพลที่เด็กๆส่วนใหญ่ถูกครอบงำนั้น พบว่า พ่อแม่มากกว่า 4 ใน 5 ของทั้งหมดกังวลเรื่องอินเทอร์เน็ตที่ลูกๆของพวกเขากำลังให้ความสนใจเสมือนเป็นเพื่อนอีกประเภทหนึ่งโดยปราศจากผู้ใหญ่คอยดูแล ขณะที่พ่อแม่จำนวนไม่เท่าไหร่เป็นห่วงลูกในเรื่องการเล่นเกมออนไลน์
       
       ทั้งนี้ การวิจัยคือผลการสำรวจของโรงพยาบาลเด็กแห่งชาติ ซี เอส มอท ซึ่งพบว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่ได้ละเลยเรื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นดาบสองคมสำหรับลูกแม้แต่น้อย เพราะโดยรวมแล้ว พ่อแม่ทุกคนต่างเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างมาก
       
       อย่างไรก็ดี ผลการสำรวจพ่อแม่ทั้งหมด ซึ่งมีถึง 81% เผยว่า ลูกๆของพวกเขาที่มีอายุ ระหว่าง 9-17 ปี มักเล่นอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีผู้ใหญ่แนะนำและดูแลเท่าที่ควร ซึ่งจำนวนเด็กๆส่วนใหญ่ที่มักนิยมเล่น MySpace และ Facebook เพิ่มสูงมากขึ้น โดยเด็กๆเหล่านี้มีอายุระหว่างอายุเพียง 13-17 ปีเท่านั้น
       
       ขณะที่กลุ่มพ่อแม่ที่กังวลในเรื่องของการติดเกมออนไลน์นั้น พ่อแม่จำนวน2 ใน 3 กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ค่อนข้างกังวลเรื่องเกมและการแข่งขันที่มุ่งนำเสนอเรื่องเพศสัมพันธ์มากกว่า โดยเฉพาะค่านิยมการล่าแต้มที่ระบาดไปทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย หรือการกิจกรรมที่เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ซึ่งแฝงตัวอยู่ในโลกไซเบอร์ รวมไปถึงภาพและสื่อลามกอนาจารทั้งหลายด้วย
       
       ”พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเป็นกังวลในเรื่องการพนันที่เด็กๆสามารถซึมซับจากเกมและอินเทอร์เน็ตเท่าไหร่นัก ขณะที่คลิปวิดีโอ-ภาพตบตีและเกมที่ใช้ความรุนแรงก็ไม่ใช่เรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ใส่ใจเป็นอันดับแรก แต่กลับกลายเป็นว่า พวกเขาค่อนข้างวิตกกังวลในเรื่องสังคมออนไลน์ ที่มุ่งเน้นนำเสนอเรื่องเพศสัมพันธ์มากกว่า”
       
       “จากผลการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายจากอินเทอร์เน็ตจากแหล่งอื่นพบว่า เด็กๆประมาณ 1 ใน 7 คน ที่มีอายุระหว่าง 10 ถึง 17 ปี มักถูกชวนให้มีเพศสัมพันธ์ โดยติดต่อทางอินเทอร์เน็ต กอปรกับผลการสำรวจในครั้งนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมพ่อแม่ส่วนใหญ่ถึงกังวลเรื่องเพศสัมพันธ์มากเป็นพิเศษ”ดร.แมทธิว เดวิส หัวหน้าหน่วยงานการสำรวจในครั้งนี้กล่าว
       
       เรียบเรียงจาก เฮลท์เดย์ นิวส์

ก่อนไปคลอดลูก…คุณแม่ควรเตรียมอะไรบ้าง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  

       นับเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับว่าที่คุณแม่หลายคนต่างใจจดใจจ่อรอวันที่ลูกลืมตาดูโลก ซึ่งในวันนั้นคุณแม่มือใหม่หลายคน อาจตื่นเต้นจนเตรียมข้าวของเครื่องใช่ไม่ครบ
       
       ดังนั้นหากว่าที่คุณแม่ ใกล้คลอดเต็มทีแล้ว ควรใช้เวลาจัดกระเป๋าเตรียมคลอดแต่เนิ่นๆ เผื่อฉุกเฉินจะได้คว้ากระเป๋าไปด้วยได้ทันท่วงที ไม่ต้องนั่งคิด นั่งจัดให้เสียเวลาว่าน่าจะนำสิ่งเหล่านี้ไปด้วย……

       สำหรับทารกแรกเกิด สิ่งที่คุณแม่ต้องเตรียมคือ
       
       เตรียมเบาะนั่งรถยนต์นิรภัยสำหรับทารกแรกเกิด
       ผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูป
       ชุดสำหรับใส่กลับบ้าน
       ถุงเท้าทารก
       หมวกสำหรับทารก
       
       สำหรับคุณแม่ สิ่งที่คุณแม่ต้องเตรียมคือ
       
       ชุดสำหรับใส่กลับบ้าน ควรวางมือจากแฟชั่นไปชั่วคราวไม่ว่าคุณแม่อยากจะใส่ชุดทันสมัยใจจะขาดขนาดไหน เพราะรูปร่างหลังคลอดใหม่ๆ ไม่อำนวยเลยค่ะ เลือกชุดหลวมๆ ใส่สบาย เหมาะแก่การให้นมแม่ดีกว่าค่ะ อ้อ อย่าลืม รองเท้าส้นเตี้ยด้วยนะคะ
       
       ส่วนบรา หรือยกทรง ที่เหมาะแก่การให้นมแม่ 2-3 ตัว รวมทั้ง แผ่นซับน้ำนม ผ้าอนามัย (เลือกชนิดที่ซึมซับได้มาก) และชุดชั้นในที่โปร่งหน่อย
       
       เสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าแตะ (ชนิดมีพื้นกันลื่น) ถุงเท้า และชุดนอนหลวมๆ ให้นมแม่สะดวก แต่ส่วนมากโรงพยาบาลเอกชน จะจัดเตรียมชุดของโรงพยาบาลและรองเท้าแตะให้แล้ว
       
       กระเป๋าเครื่องสำอาง ใส่ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ยาระงับกลิ่นตัว แชมพูสระผม โลชั่นบำรุงผิว ครีมบำรุงผิวหน้า แปรงหวีผม ที่คาดผม และสำหรับบางราย ที่ทนหน้าเกลี้ยงไม่ได้ ก็นำเครื่องสำอางไปนิดหน่อย เอาไว้แต่งหน้าอ่อนๆ เวลามีคนมาเยี่ยมก็ได้ค่ะ เครื่องเล่นซีดี, iPod, หรือ MP3, 4 หนังสืออ่านเล่นเพื่อผ่อนคลาย กล้องดิจิตอล, วิดีโอ, หรือโทรศัพท์มือถือ
       

       อย่างไรก็ตาม เมื่อแนะนำสิ่งที่ต้องเตรียมกันไปแล้ว บางสิ่งก็เป็นสิ่งต้องห้ามเพื่อความปลอดภัยสิ่งที่ไม่ควรนำติดตัวไปด้วย เช่นเครื่องเพชร เครื่องประดับต่างๆ ฯลฯ ค่ะ
       
       ขอขอบคุณข้อมูลจาก Thaiparents

ททท.ชวนชมทิวลิปใกล้กรุง ณ “สวนทิวลิปนนท์”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  

       ททท.สำนักงานกรุงเทพฯ ขอเชิญชมสวนทิวลิป ในเมืองไทย ณ “สวนทิวลิปนนท์” อ.ปากเกร็ด นนทบุรี ซึ่งจะเปิดสวนดอกทิวลิปให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าชมสวนได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.52- 31 มี.ค.53
       
       การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานกรุงเทพมหานครและจังหวัดนนทบุรี ร่วมสนับสนุน U&V Inter-Trade Co.,Ltd.จัดงานเปิดฤดูกาลใหม่ “สวนทิวลิปนนท์”เปิดสวนดอกทิวลิปให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าชมสวนได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2552 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2553 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่จังหวัดนนทบุรี และมุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวและประชาชนผู้สนใจในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ได้ชื่นชมดอกทิวลิป แบบประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ต้องเดินทางไกลถึงต่างประเทศรวมทั้งเป็นการกระตุ้นและสร้างกระแสให้การเดินทางท่องเที่ยวในเขตพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ในสภาวการณ์ด้านเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ และกำหนดจัดงานแถลงข่าวในวันที่ 1 ธันวาคม 2552 เวลา 17.00 น.ณ สวนทิวลิปนนท์ ซอยแจ้งวัฒนะ 28 ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
       
       U&V Inter-Trade Co.,Ltd.ได้ดำเนินการทดลองปลูกดอกทิวลิป และเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมดอกทิวลิปในต้นปี 2550 ถึงปี 2552 ซึ่งได้รับผลการตอบการเข้าชมดิกทิวลิปเป็นจำนวนมาก ในฤดูกาลนี้ สวนทิวลิปนนท์ ปลูกดอกทิวลิปมากกว่า18 สายพันธุ์และดอกไม้ฤดูหนาว 10 สายพันธุ์ จุดเด่นของปีนี้อยู่ที่ดอกทิวลิปสายพันธุ์Gavotaซึ่งเป็นดอกทิวลิปที่ติดอันดับ 1 ใน20 ของดอกไม้ที่sexyที่สุดในโลก นอกจากนี้ ได้ทำการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆอาทิ ทัศนียภาพและสภาพภูมิทัศน์ ให้ร่มรื่นมากยิ่งขึ้น ระบบระบายน้ำ และขยายระยะเวลาเข้าชม เป็นต้น และที่พิเศษทางสวนฯได้จัดทางเข้าสำหรับรถเข็นผู้พิการและคนชรา เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าชม รวมทั้งได้รับการสนับสนุนการจัดงานจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ให้พื้นที่จอดฟรี สำหรับผู้เข้าร่วมงาน โดยสวนฯได้จัดรถรับส่งไว้แล้ว นักท่องเที่ยวเสียค่าเข้าชม จำนวน 20 บาท สำหรับรายได้นี้นำไปเป็นค่าบำรุงสถานที่และบุคลากรดูและสวน
       
       ดอกทิวลิปสายพันธุ์ Gavota จัดอยู่ในสายพันธุ์ Triumph ด้วยลำต้นที่สูง 18นิ้ว ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในดอกไม้ที่sexyเนื่องจากว่า ลักษณะของดอกที่มีสีแดงขลิบเหลือง ปลายกลีบดอกแหม สลับด้วยขอบริมดอกหยิกย้วยเป็นลอนเหมือนกับคลื่นน้ำกลางมหาสมุทร ใจแกนกลางสีเขียวอมเหลือง จนทำให้ชมรมคนรักทิวลิปโลก(World Tulips Lover Association)จัดให้อยู่1 ใน 20 ของดอกไม้ที่สุดในโลก เรารู้จักกันดีว่าดอกทิวลิปเป็นดอกไม้ประชาติของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตามปกติจะเจริญเติบโตได้ดีและออกดอกในประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น ในภาษาเปอร์เซีย เรียกว่า “ลาเล่ห์” หมายถึงผ้าคลุมศรีษะ หรือ Turbanเป็นการบรรยายถึงรูปร่างลักษณะของดอกไม้ ซึ่งมีมาแต่สมัยราชอณาจักรเปอร์เซีย
       
       นายเยียรยง ไชยรัตน์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในฤดูกาลนี้ สวนทิวลิปนนท์ กำหนดเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2552 ถึง 31 มีนาคม 2553 เป็นระยะเวลา4เดือนเต็ม จึงขอเชิญชวนทุกท่านเดินทางชมดอกทิวลิป ในปีนี้ทางวสนฯ ได้ทุ่มทุนกับการปรับปรุงบรรยากาศ และสร้างความร่มรื่นให้กับสวนด้วย ต้นไม้ใหญ่ น้ำพุ สวนหย่อม จุดพักผ่อน และที่สำคัญได้เพิ่มทางสำหรับมนุษย์ล้อ (Wheelchair)ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวอีกด้วยจากนี้ ต้องขอของคุณพันธมิตรทางการท่องเที่ยว ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ที่ได้เอื้อเฟื้อสถานที่จอดรถฟรี สำหรับนักท่องเที่ยว
       
       สำหรับผู้ที่สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานกรุงเทพ โทร. 0-2250-5500 ต่อ 2991-7 หรือที่ สวนทิวลิปนนท์ โทร. 0-8962-0747,0-2584-0878และwebsite:tulips2u.com