<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.8.4" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>มีสาระ ดอทคอม</title>
	<link>http://www.meesara.com</link>
	<description>เว็บดีดี มีสาระ สาระดี สาระน่ารู้ สาระทั่วไป อาหารสมองสำหรับคนโลกออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Mar 2010 08:04:19 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>15 วิธีคุมกำเนิด&#8230; ที่คุณเลือกได้</title>
		<description>15 วิธีคุมกำเนิด... ที่คุณเลือกได้

15 วิธีคุมกำเนิด... ที่คุณเลือกได้ (Lisa)

          การคุมกำเนิดไม่ใช่หน้าที่ของผู้หญิงฝ่ายเดียว ผู้ชายก็ช่วยคุมกำเนิดได้ ซึ่งมีทั้งวิธีธรรมชาติและอาศัยเทคโนโลยี แต่ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดด้วย

          เจมี่ ลินน์ สเปียร์รส น้องสาววัยทีนของนักร้องสาว บริตนีย์ สเปียร์ส ตั้งครรภ์อย่างไม่ตั้งใจในวัย 16 ปี ทำให้พ่อแม่ผิดหวังเป็นอย่างมากที่ลูกสาวตัดอนาคตตัวเอง ทั้งนี้ การคุมกำเนิดมีหลายวิธี ซึ่งบางคนอาจรู้จักแค่ยาคุมกำเนิดกับถุงยางอนามัย แต่ในความเป็นจริงแล้วมีวิธีคุมกำเนิดหลากหลายวิธีให้เลือกทั้ง โดยวิธีธรรมชาติและอาศัยเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยแต่ละวิธีก็มีความปลอดภัยมากน้อยต่างกัน และมีทั้งข้อดี ข้อเสีย ดังนั้น นพ.วิสิทธิ์ สภัครพงษ์กุล กลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม โรงพยาบาลราชวิถี จึงให้ความกระจ่างดังนี้ค่ะ

              1. ถุงยางอนามัยเป็นวิธีคุมกำเนิดที่เก่าแก่ที่สุด และยังเป็นการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย ทั้งนี้ ความปลอดภัยในการคุมกำเนิดก็ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้ กระนั้นก็ตามก็ยังมีคนใช้ผิดวิธี หรือใช้ถุงยางอนามัยที่มีคุณภาพต่ำหรือหมดอายุ ที่พบบ่อยคือการสวมถุงยางอนามัยตอนใกล้จะหลั่งคือไม่ใช้ตั้งแต่ต้น ก็จะเกิดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากน้ำหล่อลื่นในช่วงแรกก็อาจมีเชื้ออสุจิออกมาแล้ว

            2. ยาคุมกำเนิด มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและเจสตาเจน (Gestagen)ฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้จะป้องกันไม่ให้ไข่ตก และเปลี่ยนแปลงเยื่อบุโพรงมดลูกให้ไม่เหมาะแก่การฝังตัว ทั้งนี้ ต้องกินยาคุมกำเนิดติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา ...</description>
		<link>http://www.meesara.com/15-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ท้องผูก ต้องแก้ให้ถูกวิธี</title>
		<description>ท้องผูก ต้องแก้ให้ถูกวิธี

ท้องผูกต้องแก้ให้ถูกวิธี (ชีวจิต)

          ผู้ที่มีอาการท้องผูกมักจะรู้สึกไม่สบายท้อง บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้เล็กน้อยร่วมด้วย เวลาเข้าห้องน้ำต้องออกแรงเบ่งมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดปกติของระบบขับถ่าย เป็นริดสีดวงทวาร หรือแม้กระทั่งไส้ติ่งอักเสบ ที่สำคัญ อาการท้องผูกมักเป็นอาการหนึ่งเมื่อระบบลำไส้ใหญ่มีความผิดปกติ เช่น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ริดสีดวงลำไส้ เป็นต้น

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

          อาการท้องผูกส่วนใหญ่มาจากการมีพฤติกรรมการกิน การขับถ่ายและการใช้ชีวิตประจำวันผิด ๆ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามคำแนะนำต่อไปนี้ดูนะคะ

           1.ดื่มน้ำ กินผัก ผลไม้ทั้งสดและแห้ง หรืออาหารที่มีกากใยมาก ๆ รวมทั้งข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ถั่ว ฟักทอง ข้าวโพด เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มเส้นใยช่วยการขับถ่ายได้

           2.ไม่ควรเร่งรีบในขณะที่กินอาหาร ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด หรือกินมะละกอสุกก่อนอาหาร และดื่มน้ำตามมาก ๆ นักธรรมชาติบำบัดเชื่อว่า การกินอาหารจากธรรมชาติเป็นวิธีที่ดีกว่า ซึ่งอาจทำได้โดยการกินรำข้าวเสริม โดยโรยลงไปบนอาหาร

           3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหารและกล้ามเนื้อหลัง ซึ่งจะช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวดีขึ้น

           4.อย่ากลั้นอุจจาระ ควรเข้าห้องน้ำทุกครั้งที่รู้สึกปวด หรือหลังจากที่กินอาหารเช้าที่เป็นธัญพืช ...</description>
		<link>http://www.meesara.com/%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Checklist เลือกน้ำผลไม้ (สำเร็จรูป)</title>
		<description>Checklist เลือกน้ำผลไม้ (สำเร็จรูป)


Checklist เลือกน้ำผลไม้ (สำเร็จรูป) (Modernmom)
โดย: Miss J.P.

          วิธีง่าย ๆ เลือกน้้ำผลไม้ให้ได้ประโยชน์มากคุณค่า

          ชีวิตแม่บ้านยุคใหม่มีเวลาจำกัด บางครั้งการเลือกซื้อน้ำผลไม้สำเร็จรูป จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลา แถมปัจจุบันมีน้ำผลไม้สำเร็จรูปหลากหลายชนิดให้เลือกซื้อจนตาลาย อย่าเพิ่งเวียนหัวไป ไม่ต้องตกใจไป J.P. มี Checklist เลือกน้ำผลไม้สำเร็จรูปให้ได้ของดีมีคุณภาพ สะอาดและปลอดภัยมาฝากคุณ ๆ ค่ะ

           ได้รับอนุญาตจากสำนักกรรมการอาหารและยา และมีเครื่องหมาย อย.

           บรรจุภัณฑ์ปิดผนึกเรียบร้อย ปิดสนิท สะอาด

           มีฉลากบอกส่วนประกอบว่ามีอะไรบ้าง และบอกชนิดของน้ำผลไม้ เช่น น้ำผลไม้แท้ 100% หรือผสมชัดเจน

           รสชาติและกลิ่นตามธรรมชาติของน้ำผลไม้นั้น

           มีวันผลิตหรือวันหมดอายุบ่งบอกชัดเจน และยังไม่หมดอายุเมื่อซื้อมา

โดย kapook.com </description>
		<link>http://www.meesara.com/checklist-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9/</link>
			</item>
	<item>
		<title>รู้ทันโรคไส้ติ่งอักเสบ</title>
		<description>รู้ทันโรคไส้ติ่งอักเสบ

รู้ทันโรคไส้ติ่งอักเสบ (Woman's Story)

          ไส้ติ่งอักเสบเป็นโรคปวดท้องแบบเฉียบพลันที่พบมากที่สุด โดยจะพบในคนวัยหนุ่มสาวที่อายุไม่เกิน 30 ปี เกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง

          สาเหตุของการเกิดไส้ติ่งอักเสบนั้น เกิดการอุดตันของไส้ติ่งจากอุจจาระที่แข็งตัว สิ่งแปลกปลอม พยาธิ หรือมีก้อนเนื้องอก ทำให้ไปอุดตัน และเกิดการอักเสบขึ้นมา โดยอาการของผู้ที่ป่วยเป็นโรคส่วนใหญ่จะมีอาการปวดท้อง บอกตำแหน่งแน่นอนไม่ได้ อาจปวดรอบสะดือก่อน ปวดเป็นพัก ๆ หรือตลอดเวลาก็ได้ แต่โดยทั่วไปมักปวดตลอดเวลา

          หลังจากนั้นอาการปวดจะเริ่มย้ายไปที่ท้องน้อยด้านขวา และอาจมีไข้ต่ำ ๆ ร่วมด้วย ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการไม่เหมือนดังที่กล่าวมา ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของไส้ติ่ง เช่น อาจปวดท้องด้านขวาบน หรือตรงกลางก็ได้ถ้าปลายของไส้ติ่งยาวไปถึงบริเวณนั้น

          ในส่วนของการรักษาไส้ติ่งอักเสบ ไม่ว่าไส้ติ่งจะแตกหรือไม่ ทำได้โดยการผ่าตัด ในรายที่ไส้ติ่งแตก แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย และหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที อาจเกิดโรคแทรกซ้อนได้ เช่น ไส้ติ่งกลายเป็นฝีในท้องต้องผ่าตัดออก หรือไส้ติ่งแตกมีหนองออกมาภายในช่องท้องทำให้เสียชีวิตได้

          ดังนั้นหากมีอาการปวดท้องเริ่มแรกโดยไม่ทราบสาเหตุ อย่าเพิ่งทานยาแก้ปวด ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน เพราะการกินยาแก้ปวดจะทำให้แพทย์วินิจฉัยแยกโรคลำบาก เนื่องจากยาจะบดบังอาการปวด โดยเฉพาะหากปวดท้องมากติดต่อกันนานกว่า 6 ชั่วโมง ควรรีบไปพบแพทย์ ...</description>
		<link>http://www.meesara.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%84%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9a/</link>
			</item>
	<item>
		<title>บูชาแล้วรวย</title>
		<description>บูชาแล้วรวย
 

 
บูชาแล้วรวย (first)
         ความรวย นอกจากจะต้องใช้สมองและฝีมือแล้ว บางครั้งเราก็ต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น แต่จะบูชาอะไรแล้วรวย มีโชคลาภดึงดูดทรัพย์สินเงินทองเข้ากระเป๋า first มีมาบอกให้ลองพิสูจน์ที่นี่แล้ว
 ร่ำรวย 1 แมวกวักญี่ปุ่น

         มีลักษณะความเชื่อคล้ายกับนางกวักของไทย ชาวญี่ปุ่นจะเรียกแมวกวักว่า "มาเนะคิเนะโกะ" แปลว่า แมวที่ทำหน้าที่เชื้อเชิญเงินทอง โชคลาภ บูชาเพื่อความร่ำรวยและสมปรารถนา

         เคล็ดวิธีบูชา:ให้ตั้งไว้ในจุดที่ดีที่สุดของบ้าน เช่น ห้องรับแขกหรือบริเวณโต๊ะทำงาน และหมั่นเช็ดทำความสะอาดตลอดเวลา ดูแลอย่างใกล้ชิด แมวกวักก็จะนำความสุขและโชคลาภมาสู่คุณและครอบครัว

         Tip:การเลือกซื้อแมวกวัก ถ้าเลือกแมวกวักมือซ้าย หมายถึงให้เรียกลูกค้าเยอะๆ และยิ่งกวักสูงมากแค่ไหนก็เรียกคนได้มากเท่านั้น แต่ถ้ากวักมือขวา เป็นการเรียกเงิน เรียกทอง และความโชคดี

 ร่ำรวย 2 ปี่เซียะ ดึงดูดเงินทอง

         ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความนิยมทั้งในเมืองไทยและในประเทศต่างๆ มากที่สุดในปัจจุบันนี้ ใครมีไว้บูชาจะทำให้มีแต่โชคลาภ ขณะเดียวกันก็ป้องกันสิ่งชั่วร้าย และเป็นสัตว์มงคลที่ไม่มีรูทวาร จึงกินอย่างเดียว ไม่มีทางถ่ายออกเป็นเคล็ดวิชาหมายถึงเงินเข้าแล้วไม่มีออก ทรัพย์จึงเพิ่มพูนสถานเดียว

         เคล็ดวิธีบูชา:ผู้บูชาปี่เซียะควรมีจิตใจแจ่มใส ร่าเริง เพราะจะส่งผลให้ปี่เซียะมีพลังกล้าแกร่ง และคึกคะนอง ส่งผลให้มีโชคลาภ ...</description>
		<link>http://www.meesara.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เอาตัวรอดจาก “แผ่นดินไหว”</title>
		<description>เอาตัวรอดจาก “แผ่นดินไหว”



โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
 


























ภาพสาธิตวิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยให้ก้มต่ำ หาที่กำบังและยึดไว้ให้แน่น (getthru.govt.nz)








       เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวให้ตั้งสติ แล้วปฏิบัติตามวิธีป้องกันตัวเองจากอันตรายดังนี้
       
       - หากอยู่ภายในอาคารให้หลบในที่ปลอดภัยและพยายามอยู่ในจุดของบ้านที่แข็งแรงที่สุด เช่น หลบอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรืออยู่ชิดผนังภายในบ้าน ทั้งนี้เพื่อป้องกันตัวเองจากวัตถุต่างๆ ที่จะหล่นมาทำร้าย เป็นต้น และพยายามหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้หน้าต่าง กระจกบานใหญ่ บริเวณที่มีสิ่งของแขวนอยู่ เฟอร์นิเจอร์หนัก เครื่องใช้หนักๆ และบริเวณที่ติดไฟได้ง่าย
       
       - หากกำลังทำอาหารให้ปิดเตาไฟและคลุมเตาไว้
       
       - หากอยู่นอกอาคาร ให้มุ่งไปยังสถานที่โล่งแจ้ง ซึ่งไม่มีสิ่งของที่จะตกลงมาทำร้ายได้ และพยายามอยู่ให้ห่างจากอาคารสิ่งก่อสร้าง ท่อส่งเชื้อเพลิง และต้นไม้
       
       - หากขับรถอยู่ ให้ชะลอความเร็วอย่างช้าๆ แล้วหยุดรถข้างถนน หลีกเลี่ยงการหยุดรถบนหรือใต้สะพานและทางด่วน และพยายามหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นท่อส่งเชื้อเพลิง ต้นไม้และป้ายสัญญาณขนาดใหญ่ แล้วหลบอยู่ภายในรถ
       
       ข้อมูลจาก - geology.com




 </description>
		<link>http://www.meesara.com/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e2%80%9c%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%/</link>
			</item>
	<item>
		<title>&#8220;เต้าหู้ยี้&#8221; อีกหนึ่งประโยชน์จากถั่วเหลือง</title>
		<description>"เต้าหู้ยี้" อีกหนึ่งประโยชน์จากถั่วเหลือง



โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
 
































       เรามักจะเห็น "เต้าหู้ยี้" อยู่ในส่วนผสมของอาหารต่างๆ เช่น ในน้ำจิ้มสุกี้หรือผัดผัก บางคนอาจพลิกแพลงนำเต้าหู้ยี้มาประกอบอาหารอย่างยำเต้าหู้ยี้ หรือหลนเต้าหู้ยี้ เป็นต้น เอ...ว่าแต่เจ้าเต้าหู้ยี้นี้คืออะไรกันแน่ ทำจากเต้าหู้หรือเปล่า แล้วสีแดงๆ ที่เรามักเห็นในเต้าหู้ยี้นั้นคืออะไร
       
       "เต้าหู้ยี้" นี้มีที่มาจากเมืองจีน ชาวจีนเรียกเต้าหู้ยี้ว่า "ซูฟู" ซึ่งเต้าหู้ยี้ก็เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง โดยใช้เต้าหู้ไปอบฆ่าเชื้อ แล้วใส่เชื้อราบ่มให้เจริญเติบโตประมาณ 1 อาทิตย์ ก่อนจะนำไปหมักในน้ำเกลืออีกครั้งหนึ่ง ส่วนมากเรามักจะเห็นเต้าหู้ยี้เป็นสีแดงหรือสีเหลือง นั่นก็เพราะสารปรุงแต่งที่ใส่ เช่น เต้าหู้ยี้สีแดงนั้นก็เพราะเติมข้าวแดงลงไป บ้างก็เติมกานพลู ข้าวหมัก ทำให้ได้สีสันต่างกันไปด้วย
       
       เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เต้าหู้ยี้จึงอุดมไปด้วยโปรตีนและแร่ธาตุ เช่น เกลือแร่ เหล็ก และโพแทสเซียม นอกจากนั้นก็ยังให้วิตามินเอ บี1 บี2 ดี อี เค และไนอะซีนอีกด้วย




 </description>
		<link>http://www.meesara.com/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%/</link>
			</item>
	<item>
		<title>อาหารไทยเพิ่มแคลเซียม</title>
		<description>อาหารไทยเพิ่มแคลเซียม



โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
 
































       "108 เคล็ดกิน" ไปอ่านเจอเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับแคลเซียมในอาหารไทย ใน "190 เมนูชูสุขภาพ" เอกสารเผยแพร่ที่ทางกองโภชนาการกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขจัดทำขึ้น ทำให้ทราบว่า อาหารไทยๆของเรานั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่สุดแล้ว
       
       แร่ธาตุแคลเซียมนั้นถือเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของร่างกาย กระดูกและฟันจะเจริญเติบโตไม่ได้เลยหากขาดแคลเซียม ดังนั้นเด็กๆ ที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต และผู้สูงวัย โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีโอกาสกระดูกผุได้ง่าย จึงควรได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยอาหารที่ให้แร่ธาตุแคลเซียมมากก็ได้แก่ นม เป็นต้น
       
       ส่วนพืชผักของไทยที่มีแร่ธาตุแคลเซียมมากก็เช่น ผักกระเฉด ผักคะน้า ใบชะพลู ยอดแค ยอดสะเดา นอกจากนั้นอาหารชนิดอื่นๆ อย่าง ปลาไส้ตัน กุ้งแห้ง กะปิ เป็นต้น ก็จะช่วยเพิ่มแร่ธาตุแคลเซียมได้ ส่วนใครที่อยากได้เมนูเพิ่มแคลเซียมให้ร่างกายแถมได้ความอร่อยสำหรับทำให้ลูกๆ หรือพ่อแม่กิน ก็ลองทำ น้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาทู ยำยอดคะน้า ยำผักกระเฉด ลาบเต้าหู้ เต้าหู้ทรงเครื่อง เป็นต้น




 </description>
		<link>http://www.meesara.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ฮิคิโคโมริ อาการของคนเก็บตัว</title>
		<description>ฮิคิโคโมริ อาการของคนเก็บตัว

ฮิคิโคโมริ
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ ฮิคิโคโมริ แต่ไม่เข้าใจว่า ฮิคิโคโมริ คืออาการอะไร วันนี้เรามีข้อมูลของ ฮิคิโคโมริ มาฝากกันค่ะ

          ฮิคิโคโมริ (Hikikomori) หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า "ฮิคกี้" เป็นปรากฎการณ์ (Phenomenon) ไม่ใช่ โรค (Syndrome) อย่างที่หลายคนเข้าใจ โดยเป็นคำอธิบายถึงพฤติกรรมของเด็กที่แยกตัวออกมาจากสังคม พยายามพบเจอผู้คนให้น้อยที่สุด

อาการของ ฮิคิโคโมริ

          คนที่เป็น ฮิคิโคโมริ มักจะเก็บตัวในห้องส่วนตัว หรือในบ้านเป็นระยะเวลานาน ๆ โดยไม่ยอมไปโรงเรียน ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็อาจจะอ่านหนังสือการ์ตูน เล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ต ดูทีวี หรืออาจจะนั่งเฉย ๆ อยู่ในห้องคนเดียวได้เป็นเดือน ๆ หรือเป็นปี ๆ

          โดย แพทย์หญิงพรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต ได้เรียกลักษณะอาการที่คล้ายกับ ฮิคิโคโมริ ว่า "โรคแยกตัวจากสังคม" ...</description>
		<link>http://www.meesara.com/%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ปาฏิหาริย์นวดมือบำบัด 15 อาการยอดฮิต</title>
		<description>ปาฏิหาริย์นวดมือบำบัด 15 อาการยอดฮิต

ปาฏิหาริย์นวดมือบำบัด 15 อาการยอดฮิต (ชีวจิต)

          ใครที่มีปัญหาสุขภาพ วันนี้มีวิธีบำบัดอาการเหล่านั้นด้วยการนวดมือมาบอกต่อกันค่ะ

 1. นวดกระตุ้นต่อมไทรอยด์

          ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมที่มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนหลักสองตัว ได้แก่ ไทร็อกซิน ซึ่งทำหน้าที่เร่งการทำงานของระบบเผาผลาญอาหาร และคาลซิโทนิน ซึ่งทำหน้าที่ลดระดับแคลเซียมในเลือด

          ต่อมไทรอยด์ยังทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบภายในร่างกาย ระดับน้ำและพลังงานในเนื้อเยื่อ รวมถึงความหนาแน่นของกระดูก พัฒนาการและการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ การทรงตัว ความสงบใจ และสุขภาพโดยรวม   

          เราอาจกระวนกระวาย อยู่ไม่สุข เบิกบาน หรือซึมเศร้า เชื่องช้า เก็บกด ล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากการทำงานของต่อมไทรอยด์ทั้งสิ้น

วิธีการนวดมีดังนี้

           ใช้นิ้วหัวแม่มือข้างหนึ่ง กดที่โคนนิ้วหัวแม่มือด้านในของอีกข้างหนึ่ง

           นวดกดไล่ไปรอบ ๆ บริเวณนี้

          หากมีความผิดปกติที่ต่อมไทรอยด์ จะรู้สึกเจ็บเวลากด
 2. นวดเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น

          ถ้าระบบประสาทเหนื่อยล้า การทำงานของกล้ามเนื้อตาก็จะไม่สมบูรณ์ เพราะกล้ามเนื้อตาทำงานภายใต้การควบคุมของระบบประสาท

          การปฏิบัติเพื่อถนอมสายตานั้น ได้แก่ การออกกำลังกาย อาหารสุขภาพ พร้อมกินวิตามินเสริมบ้าง

ส่วนวิธีนวดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นมีดังนี้

           ...</description>
		<link>http://www.meesara.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94-15-%e0%b8%/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
